個人檔案Tomorrow never come unti...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
Tomorrow never come until it's too late" มีเเต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง เมื่อวานก็สายเกินเเก้ พรุ้งนี้ก็สายเกินไป " 27/11/2009 29 วัน กับเหตุการเหนือชั้น บรรยากาศ ช่วงนี้คิวงานแน่นมาก หลังจากไป Audit เสี่ยง ตายมา จาก โรงงานโอริง เเถวบ้านบึง-ระยอง มา เมือวันอังคาร ก็มา Audti เดือดต่อ ที่โรงงาน วันนี้ก็มี trainning ( เทรนเเล้ว นั่งนิ่ง ๆ ) ISo/ TS ทั้งวันเต็มๆ กลับมางานก็กองเต็มโต๊ะ ( make ไม่ทันเเล้ว ) ตั่วกลับบ้านก็ยังไม่ได้จองเลย อย่างว่าเเต่ airเลย รถก็ไม่รุ้จะเหลือให้กลับรึป่าวก็ไม่รุ้ นับวันยิ่งใหล้เข้ามาทุกทีเเล้ว จะได้กลับบ้านเสียที แต่ก่อนกลับต้องเผชิญกับงานเลี้ยงบริษัทอีก ดันไปเหยียบกับระเบิด( ที่ตัวเองขุดไว้ฆ่าคนอื่น ดันพลาดซะเอง ) งานประกวดร้องเพลง งานนี้ถือว่า ยิ่งใหญ๋ อลังการ โหระพา + คะน้า มากๆๆ มันเป็นศึกระหว่าสายเลือด เเละศักศรี เอาหม้อน้ำมาเป็นเดิม พัน ( ไม่เกี่ยวกันนี่หว่า ) อยู่ในสภาวะกดดันสูง ( แอสโมสเฟียร + สตาร์โตสเฟียร์ ) หวาดวิตกยิ่งกว่าในหนังเรื่อง 2012 วันสิ้นโลกซะอีก จะให้ไปร้องเพลง เหอๆๆๆ ขนาดพูดปกติๆๆกับมนุษย์ทั่วไปยัง ไม่รุ้เรื่องเลย ส่งสัยต้องทำไรซักอย่างเสียเเล้วละมั้ง ช่วงนี้ เริ่มซ้อมกันเเล้ว คิดว่าคงไปทีละสเตปละมั้ง คิดๆๆเเล้วไม่ยากเป็นตัวถ่วง ชาวบ้านเค้าเลย ยิ่งหนักๆๆ อยุ่ซะด้วย จมดิ่งลงเหวกันเเน่ๆๆงาน นี่ 23/11/2009 ไม่มีอะไรน่ากลัว เท่ากับความอ่อนแอในใจตัวเองบนเส้นทางชีวิต.... มีถนนนับร้อยพันให้เราเลือกเดินทาง แต่ถนนสายเดียวที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้ คือถนนที่ชื่อว่า “ กำลังใจ ” มีบ้างมั้ย...ที่คุณเคยรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ บางคนอาจเคยรู้สึกเบื่อหน่าย หรือไม่เข้าใจ... นึกสงสัยว่าทำไมชีวิตเรา ถึงได้มีปัญหามากมายนักให้ตามแก้ มาก...เสียจนบางครั้งก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน... บางช่วงในชีวิต...ก็เคยมีบ้างกับภาวะแบบนี้ เลยเข้าใจได้ดีเลยว่า ในเวลาแบบนั้น ไม่มีอะไรที่จะสำคัญมากไปกว่าการหันมาเติมกำลังใจให้ ตัวเอง แต่เราจะทำมันได้ดีได้อย่างไร ถ้าเรายังมองตัวเองไม่ทะลุ และมีความเข้าใจบางอย่างไม่ลึกซึ้งเพียงพอ ...? โดยปกติแล้ว...ฉันจะเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าหรือระบาย เรื่องราวส่วนตัวกับใครในยามที่ชีวิตมีปัญหา... แต่ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน ที่ ณ เวลาดังกล่าว ฉันมักจะได้รับแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จากการสนทนาพูดคุยอย่างไม่ตั้งใจอยู่เสมอ และคำพูดที่ดีที่สุดอันหนึ่งที่ฉันจำได้ดีจากเพื่อนร ุ่นพี่คนหนึ่งก็คือ เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่างๆในชีวิต เขาพูดในทำนองว่า ...ชีวิตคนเรานั้นมีปัญหากันทุกคน... แต่คำว่าปัญหานั้น ถ้าแยกแยะมันจริงๆ จะมีอยู่ 2 อย่าง คือ ปัญหา ที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า ‘problem’ ... กับอีกคำหนึ่ง....ที่ใช้คำว่า ‘conflict’ ... สำหรับปัญหาที่เป็น ‘problem’ นั้นหมายถึง ปัญหาภายนอก ซึ่งมีมากมาย และเกิดขึ้นอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน ปัญหาชนิดนี้...ถ้าเราได้เผชิญหน้ากับมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะทำให้เราฉลาดขึ้น เพราะมันช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ... เหมือนกับกบที่มาเหลาสติปัญญาของเรา ให้แหลมคมขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหา อีกคำหนึ่ง ที่หมายถึง ‘conflict’ นั้น คือปัญหาภายใน ซึ่งหมายถึงความขัดแย้งในจิตใจ ปัญหาตัวนี้...นี่เอง ที่เหมือนเศษผงที่ติดอยู่ในตาของเรา และถ้าเราเขี่ยมันออกไปได้เมื่อไหร่ เราจะเลิกกลัวกับปัญหาภายนอกได้ทันที... ในทางกลับกัน- -ถ้า ‘conflict’ นี้ยังติดค้างอยู่ในใจไปเรื่อยๆ สิ่งต่างๆ ก็จะยุ่งยากลำบากขึ้น ใจจะอ่อนแอระส่ำระสาย.. ความสุขหายไป พร้อมๆ กับกำลังใจของเราก็พลอยค่อยๆ หายไปด้วยเช่นกัน... แต่มันไม่ได้ลงท้ายแค่นี้เท่านั้น- -เพราะยังมีปัญหาใหญ่ อีกอันหนึ่งซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งก็คือ เราดันแยกแยะไม่ออก... ไม่รู้ว่าอะไรคือปัญหาแท้จริง ที่กำลังเกิดขึ้นกับเรากันแน่ ...เมื่อได้ฟังมาถึงตรงนี้- -รู้สึกตัวเองเหมือนมีใครมาเคาะหัวเบาๆ เลยล่ะ เพราะมันทำให้ฉันได้รับคำเฉลยที่สงสัยมานานแล้วว่า มิน่าล่ะ บางปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง “ เวลาถึงช่วยอะไรไม่ได้ซักที ” เพราะที่แท้...มันคือปัญหาข้างใน และเราก็ค้นหามันไม่พบ ไม่ได้แก้ปมข้างในให้จบเสียก่อน...มันก็เลยยืดเยื้อ เป็นที่มาของความรู้สึกท้อแท้ กำลังใจถดถอย ติดอยู่ในใจเรื่อยมา ...อาจมีคุณบางคนที่กำลังพบกับภาวะแบบนี้เหมือนกัน.. แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณด้วยการ อ้างอิงประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า ถ้าคุณเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น รู้ชัดแน่แล้วว่าปัญหาของคุณคืออะไร จากนั้น...ก็แก้ไขเฉพาะในส่วนที่แก้ได้... ( ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในใจเร าเอง ) แล้วปล่อยวางหรือยอมรับในส่วนที่นอกเหนือกำลังความสา มารถของเรา วันนี้...แม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ... แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในช่วงที่จิตใจของคุณได้เปลี่ยนแปล งพัฒนาไปแล้วล่ะก็ คุณจะมองสิ่งนั้นในมุมที่แตกต่างออกไปทันที .... และนี่แหละ...ที่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการใช้ชี วิต ซึ่งคุณจะได้พบกับมันโดยไม่รู้ตัว.... ทุกอย่างในโลกนี้มี 2 ด้านเสมอ ... ท่ามกลางเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นกับชีวิต มันมักจะแฝงมากับโอกาสที่บังคับให้เราได้รู้จักใช้สต ิปัญญาตัวเอง เพื่อเอาชนะอุปสรรคหรือผ่านปัญหาตรงนั้นไปให้ได้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจะเกิดขึ้น...ก็ต่อเมื่อคุณละเล ยที่จะใช้โอกาสนั้น และปล่อยให้ความอ่อนแอในใจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดอันตราย ที่มันอาจบงการ หรือชี้นำคุณให้ทำในสิ่งที่นึกไม่ถึง และอาจเตลิดไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้อีกต่อไป ขึ้นชื่อว่า “ชีวิต” ... ไม่มีใครหรอกที่จะสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าไว้รับมือก ับมันได้ทุกเรื่อง เมื่อเราไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง การมีชีวิตอยู่...จึงต้องอาศัยความกล้า... ที่จะออกไปเผชิญหน้า กับทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น... กล่าวคือ คุณต้องกล้า...ที่จะเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน กล้า...ที่จะต้องทำบางสิ่งทั้งๆที่มีความกลัว กล้า...ที่จะไปในที่ๆไม่เคยรู้จัก กล้า...ที่จะต้องสูญเสีย กล้า...ที่จะเริ่มต้นใหม่ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน ?... อยู่ที่ใจของคุณเท่านั้นล่ะ..ที่เข้มแข็งพอรึเปล่า บทความจากหนังสือ "ยังมีแสงสว่าง บนเส้นทางชีวิตเสมอ" 19/11/2009 นิยายที่เราเขียนเองชีวิตจริงไม่เหมือนนิยายอยู่หลายอย่าง
ที่ว่าหลายอย่างนี้นั้นมีอยู่อย่างหนึ่ง
ที่ชีวิตไม่มีทางเหมือนนิยาย
คือชีวิตไม่มีใครคนใดคนหนึ่งมาเขียนชีวิตเราได้
เรามีอิสระในขอบเขตความเป็นจริง
ไม่ได้เป็นอิสระภายใต้การบงการของคนใดคนหนึ่ง
ที่พยายามควบคุมเรา เรามีเสรีภาพที่จะคิดที่จะเลือกตัดสินใจ
ไม่ใช่ในบทประพันธ์ของใคร 18/11/2009 ไม้/คน ? ไม้สองท่อนถูกคลื่นซัดมาพบกันในมหาสมุทร แล้วลอยห่างกันออกไป ไม่มีวันพบกันอีก ฉันใด การพบปะของคนสองคน ในทะเลชีวิต ก็ฉันนั้น 8/11/2009 OPS Project By MONTIRAKO ไปเจอ FW mail มา อ่านเเล้ว ..... When I was a just a little staff I asked Ma-nager what will I be Will“salary up” Will I be rich Here's what she(he) said to me Que sera sera Salary will not increase!! The Future’s not ours to see..... Que Sera Sera When I was a just a little staff I asked Ma-nager what will I be Will“bonus better” Will I be rich Here's what she(he) said to me Que sera sera The bonus may not be paid!!!!! The Future’s not ours to see..... She(he) say “Sorry” to me หลังจากเมกะโปรเจค ของ ใครไม่รุ้ เเต่กลับการเป้นข้าพเจ้า ต้องมารับเป้นเจ้าภาพซะเฉยเลย ความกดดันกำลังเข้ามา คาดว่าน่าจะอยุ่ ที่ 20 bar พอๆกะ Leake test BMW เลย พรุ่ง นี้มีพรีเซนซะด้วยซิ ตื่นเต้นๆๆ จัง โทรไปชวนป้านกเที่ยวสะพานใหม่ดีกว่า |
|
|||
|
|